วันนี้ มันเป็นวันอะไรเนี่ย
งานก็มีปัญหา....คนที่บ้านก็ต้องเข้าโรงพยาบาล
เฮ้อ...อยากตะโกนดังๆให้บ้าไปเลย
มันเครียด วิตกกังวล สารพัด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากอย่างที่ใจคิด
ทำได้ดีที่สุดก็เพียงแค่แก้ปัญหาที่ตัวเองทำเอง
คนที่บ้านก็ถึงมือหมอแล้ว ก็คงดีขึ้น
เราอยู่ตรงนี้ก็แก้ไขสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไป
แต่มันก็รู้สึกเหนื่อย รู้สึกท้อ เหมือนตัวเองกำลังจะหมดแรงเลย อยากจะนอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น
ความคิดมันพาดำดิ่งไปจนถึงจุดที่เกือบต่ำที่สุดแล้ว
น้ำตาก็จะไหลออกมาให้ได้สิหน่า.....
"เกิดอะไรขึ้น เป็นไรอ่ะ???"
อุ้ย..ตกใจพร้อมกับเสียงของยายนั่นที่ผ่านเข้ามา
หลังจากนั้นไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น เรื่องราวต่างๆที่ผ่านเข้ามา
พรั่งพรูออกมา อย่างที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเล่าออกไปให้ใครฟังได้
บ้างเวลาที่ได้พูดไป ได้เล่าให้ใครสักคนฟัง แม้จะมีเพียงแค่สายตาที่มองกลับมา
มันสบายใจเหมือนกับเอาความทุกข์ที่แบกเอาไว้ วางลง ไม่ได้จมอยู่กับความคิดของตัวเอง
"เป็นกำลังใจให้นะ อย่าลืมดูแลตัวเองดีๆ ถ้าเราอยากมีแรงดูแลคนอื่น..."
แค่เพียงประโยคเดียวของยายนั่น ทำให้กลับมายืนได้อีกครั้ง
Captain and Wonder Woman
วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2558
วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2558
Wonder woman says: I See U
คนส่วนใหญ่มักมองคนจากภายนอก และถ้าไม่มีสิ่งใดเข้ามากระทบใจ
เราก็ตัดสินเขาไปแล้วจากสิ่งที่เรามองเห็น...
วันนั้น เขาแทบไม่ได้นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานเลย ดูเครียด
เขาโทรและรับสายโทรศัพท์เป็นระยะ ริมฝีปากเม้มเป็นเส้นตรงทุกครั้งหลังจบการสนทนา
นี่ฉันแอบมองและสังเกตเขามานานแค่ไหนแล้วเนี่ย...
อะไรหนอที่ทำให้คนไม่แคร์โลกอย่างผู้ชายคนนั้นเป็นแบบนี้
จะด้วยความสอดรู้เรื่องชาวบ้าน หรือ "ความรู้สึกอย่างอื่น" ของฉันก็ไม่รู้
แต่มันก็ดุนหลังฉันจนเข้าไปใกล้เขาในเวลาที่ไม่มีใคร
"เกิดอะไรขึ้น เป็นไรอ่ะ???"
ขอบตาแดงแต่ไม่มีน้ำตา เหลือบมองมาที่ฉันเพียงแวบเดียว แล้วก็ก้มต่ำลง
น้ำเสียงที่อ่อนล้า บอกเล่าว่า พ่อเขาป่วย ต้องเข้าโรงพยาบาล...
และเรื่องราวต่อจากนั้นมันทำให้ต้องฉันบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า... ฉันมองเขาผิดไป
เขา... เข้มแข็ง และในทางกลับกันก็อ่อนแอมากกว่าฉันที่คิด
เขา... ไม่ใช่ลูกคนสุดท้องที่ถูกตามใจ คุณชายขี้ยโส เรื่องมาก
เขา... แบกเรื่องต่างๆ ไว้มาก มากเกินกว่าจินตนาการของฉันที่ไปถึง
ใครจะไปคิดว่ามือขาวๆ นิ้วยาวๆ ที่ดูเหมือนทำอะไรไม่เป็นนั่น จะผ่านงานอะไรมาบ้าง
และมือนั้นมันแข็งแรงเท่าๆ กับหัวใจของเขาที่เก็บงำเรื่องต่างๆ ไว้มากมายขนาดนั้น
ความคิดส่งแรงไปที่มือของฉันให้ลากเส้นขยุกขยุยลงบนกระดาษแผ่นเล็กๆ
หมาหรือหมีเนี่ย เอาเหอะถึงจะวาดไม่ได้น่ารักอย่างมืออาชีพ แต่ก็อยากบอกอะไรกับคนๆ นั้น
"เป็นกำลังใจให้นะ อย่าลืมดูแลตัวเองดีๆ ถ้าเราอยากมีแรงดูแลคนอื่น..."
ไม่รู้ว่า เขาจะต้องการมันไหม...
เราก็ตัดสินเขาไปแล้วจากสิ่งที่เรามองเห็น...
วันนั้น เขาแทบไม่ได้นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานเลย ดูเครียด
เขาโทรและรับสายโทรศัพท์เป็นระยะ ริมฝีปากเม้มเป็นเส้นตรงทุกครั้งหลังจบการสนทนา
นี่ฉันแอบมองและสังเกตเขามานานแค่ไหนแล้วเนี่ย...
อะไรหนอที่ทำให้คนไม่แคร์โลกอย่างผู้ชายคนนั้นเป็นแบบนี้
จะด้วยความสอดรู้เรื่องชาวบ้าน หรือ "ความรู้สึกอย่างอื่น" ของฉันก็ไม่รู้
แต่มันก็ดุนหลังฉันจนเข้าไปใกล้เขาในเวลาที่ไม่มีใคร
"เกิดอะไรขึ้น เป็นไรอ่ะ???"
ขอบตาแดงแต่ไม่มีน้ำตา เหลือบมองมาที่ฉันเพียงแวบเดียว แล้วก็ก้มต่ำลง
น้ำเสียงที่อ่อนล้า บอกเล่าว่า พ่อเขาป่วย ต้องเข้าโรงพยาบาล...
และเรื่องราวต่อจากนั้นมันทำให้ต้องฉันบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า... ฉันมองเขาผิดไป
เขา... เข้มแข็ง และในทางกลับกันก็อ่อนแอมากกว่าฉันที่คิด
เขา... ไม่ใช่ลูกคนสุดท้องที่ถูกตามใจ คุณชายขี้ยโส เรื่องมาก
เขา... แบกเรื่องต่างๆ ไว้มาก มากเกินกว่าจินตนาการของฉันที่ไปถึง
ใครจะไปคิดว่ามือขาวๆ นิ้วยาวๆ ที่ดูเหมือนทำอะไรไม่เป็นนั่น จะผ่านงานอะไรมาบ้าง
และมือนั้นมันแข็งแรงเท่าๆ กับหัวใจของเขาที่เก็บงำเรื่องต่างๆ ไว้มากมายขนาดนั้น
ความคิดส่งแรงไปที่มือของฉันให้ลากเส้นขยุกขยุยลงบนกระดาษแผ่นเล็กๆ
หมาหรือหมีเนี่ย เอาเหอะถึงจะวาดไม่ได้น่ารักอย่างมืออาชีพ แต่ก็อยากบอกอะไรกับคนๆ นั้น
"เป็นกำลังใจให้นะ อย่าลืมดูแลตัวเองดีๆ ถ้าเราอยากมีแรงดูแลคนอื่น..."
ไม่รู้ว่า เขาจะต้องการมันไหม...
วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2558
Captain says : ไม่รู้
ตั้งแต่วันเกิดของยายนั่น เป็นต้นมา
เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตของนาง
ช่วงเวลาที่จะมาถึง ก่อนที่นางจะออกจากงานนี้
เราก็ได้แต่คิดว่า ช่วงเวลาที่มีโอกาสได้เจอกัน จะทำให้นางได้รู้สึกดีๆกับชีวิตได้มากที่สุด
(นางเครียดเกิ้นน..น หน้ายู่ตลอดเวลา ทำงานเหมือนหุ่นยนต์)
วันนี้โอกาสดี น่าจะพานางไปขับรถเล่นดีกว่า
ไปทำอะไรที่น่าไม่น่าจะเคยทำบ้าง
ปล่อยตัว ปล่อยใจไปกับสิ่งรอบตัวบ้าง
บางครั้งเราก็ต้องการมีพื้นที่ส่วนตัว มีเวลาที่ได้อยู่กับตัวเอง
ได้สัมผัสกับเวลาที่ไหลไปเรื่อยๆ ไม่มีภาระกิจ หน้าที่อะไรมาให้กังวล ไม่ใช่เหรอ
หลังจากที่ขับรถมาได้ระยะหนึ่ง
ก็เจอร้านกาแฟที่ สามารถนั่งแช่เท้าในน้ำแร่อุ่นๆได้
"ลองดูสิ อุ่นสบายดีนะ"
อ๊ะ...นางเป็นอะไรของนางละนั่น
ยุกยิกๆอะไรก็ไม่รู้ ทำหน้าเครียดด้วย
มันยากตรงไหนเนี่ย แค่ถอดถุงเท้า แล้วเอาเท้าแช่น้ำอุ่นแค่นี้
(ถ้าไม่ทำนะ จะจับขามาจุ่มน้ำทั้งถุงเท้าเลย..555)
แต่พอเท้าของนางแช่อยู่ในน้ำ
แล้วนางยิ้มออกมา ดูนางสบายใจ ไม่เครียด ไม่กังวล เหมือนก่อนหน้านั่นเลย
เราก็ได้แต่แอบนินทานางอยู่ในใจ
"ทำยังกะเด็กได้ของเล่นใหม่เลยนะ..5555"
"เห็นมั้ยละ ชีวิตไม่ได้เครียดทุกเวลานะ ทำชีวิตให้เป็นสุขได้ง่ายๆ แค่เราลองปล่อยมันลงบ้าง"
เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตของนาง
ช่วงเวลาที่จะมาถึง ก่อนที่นางจะออกจากงานนี้
เราก็ได้แต่คิดว่า ช่วงเวลาที่มีโอกาสได้เจอกัน จะทำให้นางได้รู้สึกดีๆกับชีวิตได้มากที่สุด
(นางเครียดเกิ้นน..น หน้ายู่ตลอดเวลา ทำงานเหมือนหุ่นยนต์)
วันนี้โอกาสดี น่าจะพานางไปขับรถเล่นดีกว่า
ไปทำอะไรที่น่าไม่น่าจะเคยทำบ้าง
ปล่อยตัว ปล่อยใจไปกับสิ่งรอบตัวบ้าง
บางครั้งเราก็ต้องการมีพื้นที่ส่วนตัว มีเวลาที่ได้อยู่กับตัวเอง
ได้สัมผัสกับเวลาที่ไหลไปเรื่อยๆ ไม่มีภาระกิจ หน้าที่อะไรมาให้กังวล ไม่ใช่เหรอ
หลังจากที่ขับรถมาได้ระยะหนึ่ง
ก็เจอร้านกาแฟที่ สามารถนั่งแช่เท้าในน้ำแร่อุ่นๆได้
"ลองดูสิ อุ่นสบายดีนะ"
อ๊ะ...นางเป็นอะไรของนางละนั่น
ยุกยิกๆอะไรก็ไม่รู้ ทำหน้าเครียดด้วย
มันยากตรงไหนเนี่ย แค่ถอดถุงเท้า แล้วเอาเท้าแช่น้ำอุ่นแค่นี้
(ถ้าไม่ทำนะ จะจับขามาจุ่มน้ำทั้งถุงเท้าเลย..555)
แต่พอเท้าของนางแช่อยู่ในน้ำ
แล้วนางยิ้มออกมา ดูนางสบายใจ ไม่เครียด ไม่กังวล เหมือนก่อนหน้านั่นเลย
เราก็ได้แต่แอบนินทานางอยู่ในใจ
"ทำยังกะเด็กได้ของเล่นใหม่เลยนะ..5555"
"เห็นมั้ยละ ชีวิตไม่ได้เครียดทุกเวลานะ ทำชีวิตให้เป็นสุขได้ง่ายๆ แค่เราลองปล่อยมันลงบ้าง"
วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2558
Wonder Woman Says : ไม่รู้
ตั้งแต่ได้พบกับเขา มีคำๆ หนึ่งที่ฉันใช้บ่อยมากขึ้น คือคำว่า ไม่รู้
ไม่รู้ทำไม... ฉันรับปากพี่หัวหน้างานว่าจะอยู่ช่วยส่งมอบงานให้ต่อไปอีกสามเดือน
ไม่รู้ทำไม... การมาทำงานทุกวันนับจากวันเกิดที่ผ่านมาของฉันมันมีค่ามากกว่าเดิม
และ ไม่รู้ทำไม... วันนี้ฉันนั่งรถมากับเขา หลังจากที่เขาแค่พูดสั้นๆ ว่า ไปขับรถเล่นกัน
ฉันหลุดจากความคิดที่ล่องลอยไกลออกไป เมื่อเห็นภาพเมืองอยู่ข้างหลังและรถเริ่มแล่นผ่านทุ่งนาป่าเขา
"จะไปไหนอ่ะ" ตกใจช้าไปไหมเนี่ย (o O)
"ขับรถเที่ยว ไม่ดีเหรอ" อ้าวมีย้อนถามอีก (- -" )
ไม่รู้สิว่าดีหรือเปล่า
สำหรับคนอย่างฉันที่พอมีเรื่องไม่สบายใจก็มักจะขับรถออกไปเรื่อยเปื่อย
การเหยียบคันเร่งให้รถพุ่งไปข้างหน้า เหมือนกับฉันสลัดสิ่งต่างๆ ไว้เบื้องหลัง
ภาพที่มองผ่านกระจกหลังที่ห่างออกไป เหมือนกับช่วยปลดปล่อยให้ฉันหลุดพ้นจากความเศร้า ความเหงาได้
แต่เพราะวันนี้ "คนที่นั่งอยู่ข้างๆ" ทำให้ฉันได้มองทิวทัศน์ที่อยู่ตรงหน้ามากกว่าเดิม
ไม่รู้สิว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ข้างหน้ายังมีทางให้รถแล่นไปไม่ใช่เหรอ
เขาจอดรถแล้ว เป็นร้านกาแฟเล็กๆ มีที่ให้แช่เท้าในบ่อน้ำแร่อุ่นๆ
"ลองดูสิ อุ่นสบายดีนะ" ไม่พูดเปล่า คนชวนทำเป็นตัวอย่างให้ดู
นั่นมันเหมือนกับการขอให้เปลือยต่อหน้าเลยนะ สำหรับคนอย่างฉันน่ะ
ฉันขยับเท้ายุกยิกๆ อยู่อย่างนั้น แต่ยังไม่กล้าถอดออก
และก็ ไม่รู้สิ (อีกแล้ว) ที่สุดฉันก็เดินหนีบๆ ไปนั่งข้างๆ เขา พร้อมกับค่อยๆ หย่อนเท้าลงไปในน้ำ
อืมมมมม... สบายจัง
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะ กาแฟ น้ำอุ่น หรือ เพราะ "เขา" กันแน่ ที่ทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลายอย่างนี้
กล้ามเนื้อบนใบหน้าที่เครียดเกร็งของฉันค่อยๆ คลี่ออกเป็น รอยยิ้ม (^ ^ )
ไม่รู้ทำไม... ฉันรับปากพี่หัวหน้างานว่าจะอยู่ช่วยส่งมอบงานให้ต่อไปอีกสามเดือน
ไม่รู้ทำไม... การมาทำงานทุกวันนับจากวันเกิดที่ผ่านมาของฉันมันมีค่ามากกว่าเดิม
และ ไม่รู้ทำไม... วันนี้ฉันนั่งรถมากับเขา หลังจากที่เขาแค่พูดสั้นๆ ว่า ไปขับรถเล่นกัน
ฉันหลุดจากความคิดที่ล่องลอยไกลออกไป เมื่อเห็นภาพเมืองอยู่ข้างหลังและรถเริ่มแล่นผ่านทุ่งนาป่าเขา
"จะไปไหนอ่ะ" ตกใจช้าไปไหมเนี่ย (o O)
"ขับรถเที่ยว ไม่ดีเหรอ" อ้าวมีย้อนถามอีก (- -" )
ไม่รู้สิว่าดีหรือเปล่า
สำหรับคนอย่างฉันที่พอมีเรื่องไม่สบายใจก็มักจะขับรถออกไปเรื่อยเปื่อย
การเหยียบคันเร่งให้รถพุ่งไปข้างหน้า เหมือนกับฉันสลัดสิ่งต่างๆ ไว้เบื้องหลัง
ภาพที่มองผ่านกระจกหลังที่ห่างออกไป เหมือนกับช่วยปลดปล่อยให้ฉันหลุดพ้นจากความเศร้า ความเหงาได้
แต่เพราะวันนี้ "คนที่นั่งอยู่ข้างๆ" ทำให้ฉันได้มองทิวทัศน์ที่อยู่ตรงหน้ามากกว่าเดิม
ไม่รู้สิว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ข้างหน้ายังมีทางให้รถแล่นไปไม่ใช่เหรอ
เขาจอดรถแล้ว เป็นร้านกาแฟเล็กๆ มีที่ให้แช่เท้าในบ่อน้ำแร่อุ่นๆ
"ลองดูสิ อุ่นสบายดีนะ" ไม่พูดเปล่า คนชวนทำเป็นตัวอย่างให้ดู
นั่นมันเหมือนกับการขอให้เปลือยต่อหน้าเลยนะ สำหรับคนอย่างฉันน่ะ
ฉันขยับเท้ายุกยิกๆ อยู่อย่างนั้น แต่ยังไม่กล้าถอดออก
และก็ ไม่รู้สิ (อีกแล้ว) ที่สุดฉันก็เดินหนีบๆ ไปนั่งข้างๆ เขา พร้อมกับค่อยๆ หย่อนเท้าลงไปในน้ำ
อืมมมมม... สบายจัง
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะ กาแฟ น้ำอุ่น หรือ เพราะ "เขา" กันแน่ ที่ทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลายอย่างนี้
กล้ามเนื้อบนใบหน้าที่เครียดเกร็งของฉันค่อยๆ คลี่ออกเป็น รอยยิ้ม (^ ^ )
วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2558
Captain says : Happy Birthday
วันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิดของ "ยายนั่น"
คิดไว้ว่าอยากจะให้ของขวัญวันเกิดสักชิ้นหนึ่ง
และก็ตกลงกันได้ว่าจะตัดต่อวิดีโอ เป็นของขวัญวันเกิด เพื่อที่ว่าหากวันไหนคิดถึงกัน
ก็จะได้กลับมานั่งดูอีกครั้ง
แต่ดูเหมือนวันนี้จะไม่ใช่วันเกิดที่ธรรมดา สำหรับยายนั่น แน่นอน
เมื่อรู้ว่ายายนั่นต้องไปคุยกับหัวหน้างาน
และแล้วนางก็เดินเข้ามาในห้องด้วยอารมณ์ ที่ดูหมดอาลัยตายอยากเหลือเกิน
"วันนี้วันครบรอบวันเกิดตัวเองนะ อย่าทำหน้าแบบนี้สิ"
อยากจะบอกไปแบบนั้น แต่ก็แค่คิดในใจ
"สุขสันต์วันเกิดนะ"
พอสิ้นเสียง ยายนั่นก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาอย่างกลั้นไม่ได้
เป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น
เสียงร้อง น้ำตาที่ไหลออกมา ทำไมไม่รู้สึกว่ามีความสุขเลย
"ขอบคุณนะคะ สำหรับมิตรภาพและสิ่งดีๆ ที่เรามีให้ต่อกัน แต่อีกไม่นานเราคงต้องบอกลากันแล้วนะ..."
น้ำเสียงที่สั่นเครือ น้ำตาที่นองหน้า แววตาที่มองมา
ความรู้สึกเจ็บปวด อัดอั้น อ่อนแอ ของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า
เอ่อล้นเข้ามาในความรู้สึกอย่างชัดเจน
คำพูดแสดงความยินดีในวันเกิด คำพูดปลอบใจ ทุกคำพูด มันจุกแน่นอยู่ในอก
จนไม่มีเสียงใดเล็ดรอดออกไป
เพียงแค่ความคิดเดียวเท่านั้นที่วิ่งผ่านเข้ามา
"ฉันอยากจะกอดเธอไว้ในอ้อมแขน และ ทำให้เธอหายเจ็บ"
คิดไว้ว่าอยากจะให้ของขวัญวันเกิดสักชิ้นหนึ่ง
และก็ตกลงกันได้ว่าจะตัดต่อวิดีโอ เป็นของขวัญวันเกิด เพื่อที่ว่าหากวันไหนคิดถึงกัน
ก็จะได้กลับมานั่งดูอีกครั้ง
แต่ดูเหมือนวันนี้จะไม่ใช่วันเกิดที่ธรรมดา สำหรับยายนั่น แน่นอน
เมื่อรู้ว่ายายนั่นต้องไปคุยกับหัวหน้างาน
และแล้วนางก็เดินเข้ามาในห้องด้วยอารมณ์ ที่ดูหมดอาลัยตายอยากเหลือเกิน
"วันนี้วันครบรอบวันเกิดตัวเองนะ อย่าทำหน้าแบบนี้สิ"
อยากจะบอกไปแบบนั้น แต่ก็แค่คิดในใจ
"สุขสันต์วันเกิดนะ"
พอสิ้นเสียง ยายนั่นก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาอย่างกลั้นไม่ได้
เป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น
เสียงร้อง น้ำตาที่ไหลออกมา ทำไมไม่รู้สึกว่ามีความสุขเลย
"ขอบคุณนะคะ สำหรับมิตรภาพและสิ่งดีๆ ที่เรามีให้ต่อกัน แต่อีกไม่นานเราคงต้องบอกลากันแล้วนะ..."
น้ำเสียงที่สั่นเครือ น้ำตาที่นองหน้า แววตาที่มองมา
ความรู้สึกเจ็บปวด อัดอั้น อ่อนแอ ของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า
เอ่อล้นเข้ามาในความรู้สึกอย่างชัดเจน
คำพูดแสดงความยินดีในวันเกิด คำพูดปลอบใจ ทุกคำพูด มันจุกแน่นอยู่ในอก
จนไม่มีเสียงใดเล็ดรอดออกไป
เพียงแค่ความคิดเดียวเท่านั้นที่วิ่งผ่านเข้ามา
"ฉันอยากจะกอดเธอไว้ในอ้อมแขน และ ทำให้เธอหายเจ็บ"
วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2558
Wonder Woman Says : Happy Birthday
อาการป่วยกายหายไปแล้ว แต่ดูเหมือนว่าอาการทางใจจะออกอาการเพิ่มขึ้นทุกวัน...
ถ้อยคำจากเขาที่ส่งผ่านโทรศัพท์ในวันนั้น มันช่างเรียบง่าย ไม่ว่าจะเป็นกินข้าวหรือยัง กินยาด้วยนะ พักผ่อนเยอะๆ แต่ฉันสัมผัสได้ถึงความอาทรจากเขา มันจุดประกายสว่างขึ้นในมุมมืดๆ ของฉัน พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังในใจว่า อย่า....
วันนี้วันเกิดฉัน ...เหรอ... เดี๋ยวมันก็ผ่านไปเหมือนกับทุกปีนั่นแหละ
แต่ก็ผิดคาด...
"ครบหกเดือนแล้วนะ คิดไงกับงานที่ทำอยู่ พี่ว่า มันไม่เหมือนกับที่เราคุยกันเลย..."
"พี่เสียใจนะที่ต้องบอกว่า เราไม่ผ่านทดลองงาน..."
ได้ของขวัญวันเกิดเป็นการตกงานเนี่ยนะ เจริญจริงๆ
ตั้งคำถาม โกรธ เสียใจ สับสน เอาไงต่อ... ความรู้สึกต่างๆ ประดังเข้ามาจนฉันรู้สึกชาไปหมด
ฉันรู้ตัวดีอยู่แล้วว่าที่นี่ไม่เหมาะกับฉัน แต่มันคืออะไรกันเหรอ ความรู้สึกที่แวบผ่านเข้ามานี่ มันไม่ใช่แค่เรื่องงาน ตกงาน แต่เป็นกลับเป็นเรื่อง "เขา"
ฉันเดินมึนๆ กลับห้อง ไปเจอน้องๆ ที่ดูจะร่าเริงเกินเหตุ
"พี่มานั่งนี่เลย"
"สุขสันต์วันเกิดนะพี่ พวกเรามี Surprise ให้พี่ด้วย"
จากนั้นคอมพ์ที่อยู่ตรงหน้าก็ Play ภาพของน้องๆ ทีละคน พร้อมกับเพลงประกอบ
น้ำตาของฉันจากหยดเล็กๆ เป็นทะลักล้น และกลายเป็นสะอึกสะอื้น จนเมื่อถึงภาพสุดท้ายที่เป็นภาพของ "เขา" และคำอวยพรวันเกิด
"ทุกคน ขอบคุณนะคะ..." ฉันกวาดตามองหน้าของแต่ละคน ทั้งที่น้ำตาเต็มหน้า
และหยุดสายตาตรงที่เขา "ขอบคุณนะคะ สำหรับมิตรภาพและสิ่งดีๆ ที่เรามีให้ต่อกัน แต่อีกไม่นานเราคงต้องบอกลากันแล้วนะ..."
วันเกิด กำลังจะผ่านไปแล้ว แต่มันไม่เหมือนปีที่ผ่านๆ มา
Happy Birthday นะ Wonder Woman
Be Strong เข้มแข็งเข้าไว้... ฉันบอกตัวเอง
ถ้อยคำจากเขาที่ส่งผ่านโทรศัพท์ในวันนั้น มันช่างเรียบง่าย ไม่ว่าจะเป็นกินข้าวหรือยัง กินยาด้วยนะ พักผ่อนเยอะๆ แต่ฉันสัมผัสได้ถึงความอาทรจากเขา มันจุดประกายสว่างขึ้นในมุมมืดๆ ของฉัน พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังในใจว่า อย่า....
วันนี้วันเกิดฉัน ...เหรอ... เดี๋ยวมันก็ผ่านไปเหมือนกับทุกปีนั่นแหละ
แต่ก็ผิดคาด...
"ครบหกเดือนแล้วนะ คิดไงกับงานที่ทำอยู่ พี่ว่า มันไม่เหมือนกับที่เราคุยกันเลย..."
"พี่เสียใจนะที่ต้องบอกว่า เราไม่ผ่านทดลองงาน..."
ได้ของขวัญวันเกิดเป็นการตกงานเนี่ยนะ เจริญจริงๆ
ตั้งคำถาม โกรธ เสียใจ สับสน เอาไงต่อ... ความรู้สึกต่างๆ ประดังเข้ามาจนฉันรู้สึกชาไปหมด
ฉันรู้ตัวดีอยู่แล้วว่าที่นี่ไม่เหมาะกับฉัน แต่มันคืออะไรกันเหรอ ความรู้สึกที่แวบผ่านเข้ามานี่ มันไม่ใช่แค่เรื่องงาน ตกงาน แต่เป็นกลับเป็นเรื่อง "เขา"
ฉันเดินมึนๆ กลับห้อง ไปเจอน้องๆ ที่ดูจะร่าเริงเกินเหตุ
"พี่มานั่งนี่เลย"
"สุขสันต์วันเกิดนะพี่ พวกเรามี Surprise ให้พี่ด้วย"
จากนั้นคอมพ์ที่อยู่ตรงหน้าก็ Play ภาพของน้องๆ ทีละคน พร้อมกับเพลงประกอบ
น้ำตาของฉันจากหยดเล็กๆ เป็นทะลักล้น และกลายเป็นสะอึกสะอื้น จนเมื่อถึงภาพสุดท้ายที่เป็นภาพของ "เขา" และคำอวยพรวันเกิด
"ทุกคน ขอบคุณนะคะ..." ฉันกวาดตามองหน้าของแต่ละคน ทั้งที่น้ำตาเต็มหน้า
และหยุดสายตาตรงที่เขา "ขอบคุณนะคะ สำหรับมิตรภาพและสิ่งดีๆ ที่เรามีให้ต่อกัน แต่อีกไม่นานเราคงต้องบอกลากันแล้วนะ..."
วันเกิด กำลังจะผ่านไปแล้ว แต่มันไม่เหมือนปีที่ผ่านๆ มา
Happy Birthday นะ Wonder Woman
Be Strong เข้มแข็งเข้าไว้... ฉันบอกตัวเอง
วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2558
Captain says : เปราะบาง
"วันนี้ พวกเราไปเยี่ยมคนป่วยกันเถอะ"
เสียงจากพี่ทำงานด้วยกันพูดลอยเข้ามา
"ยายนั่น" ป่วยต้องเข้ารักษาตัวและพักฟื้นที่โรงพยาบาล
พวกเราไปเยี่ยม "ยายนั่น" ทุกคนต่างก็ทักทายกัน ให้กำลังใจตามประสาของคนที่รู้จัก
แต่สิ่งที่เกิดที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ไม่รู้จริงๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
ภาพของยายนั่นที่ใส่ชุดของโรงพยาบาล
สายตาที่มองมา สายตาที่แฝงไปด้วยความเศร้า ความเหงา ความอ้างว้าง
และเหมือนต้องการใครสักคนที่จะร่วมรับรู้เรื่องราวต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ณ ตอนนี้ แต่ก็พูดไม่ได้
ภาพเหล่านี้มันทำให้รู้สึกเจ็บลึกๆ อยู่ในใจ
อยากจะเข้าไปยืนอยู่ตรงนั้น พูดคุย รับฟังเรื่องราวต่างๆ
และมันคงดี ถ้าไม่ได้เห็น"ยายนั่น" ต้องอยู่ในสภาพแบบนี้
สุดท้าย ก็ไม่มีเสียงอะไรที่ได้พูดออกไป
นอกจากแค่คำว่า "หายเร็วๆ นะ"
แล้วต่างก็แยกย้ายกลับไปทำงานกันเหมือนเดิม
แต่เรื่องราวของ"ยายนั่น" ความรู้สึกของ "ยายนั่น" มันยังวนเวียนอยู่ในใจ
ความกังวล ความอ้างว้างเดียวดายที่"ยายนั่น" ต้องเจอ หลังจากที่ทุกคนออกมาจากโรงพยาบาลแล้ว
จะเป็นอย่างไร จะอยู่อย่างไร จะทำอะไร
ทำไมตัวเองรู้สึกหงุดหงิดแบบนี้ ถ้าไม่ได้ทำอะไรสักอย่างอารมณ์แบบนี้ก็จะยังคงอยู่ต่อไปแน่ๆ
แล้วเราทำอะไรได้บ้างละ! ถึงจะทำให้ยายนั่น ไม่ต้องรู้สึกอ้างว้างแบบนั้น
อย่างน้อยยกโทรศัพท์พูดคุยกัน ก็พอจะทำให้นางได้รู้ได้บ้าง
ว่านางไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว และไม่ได้โดดเดี่ยว
"พี่ครับ ทำงานแทนแป๊บหนึ่งนะ.... ผมจะออกไปโทรศัพท์"
เสียงจากพี่ทำงานด้วยกันพูดลอยเข้ามา
"ยายนั่น" ป่วยต้องเข้ารักษาตัวและพักฟื้นที่โรงพยาบาล
พวกเราไปเยี่ยม "ยายนั่น" ทุกคนต่างก็ทักทายกัน ให้กำลังใจตามประสาของคนที่รู้จัก
แต่สิ่งที่เกิดที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ไม่รู้จริงๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
ภาพของยายนั่นที่ใส่ชุดของโรงพยาบาล
สายตาที่มองมา สายตาที่แฝงไปด้วยความเศร้า ความเหงา ความอ้างว้าง
และเหมือนต้องการใครสักคนที่จะร่วมรับรู้เรื่องราวต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ณ ตอนนี้ แต่ก็พูดไม่ได้
ภาพเหล่านี้มันทำให้รู้สึกเจ็บลึกๆ อยู่ในใจ
อยากจะเข้าไปยืนอยู่ตรงนั้น พูดคุย รับฟังเรื่องราวต่างๆ
และมันคงดี ถ้าไม่ได้เห็น"ยายนั่น" ต้องอยู่ในสภาพแบบนี้
สุดท้าย ก็ไม่มีเสียงอะไรที่ได้พูดออกไป
นอกจากแค่คำว่า "หายเร็วๆ นะ"
แล้วต่างก็แยกย้ายกลับไปทำงานกันเหมือนเดิม
แต่เรื่องราวของ"ยายนั่น" ความรู้สึกของ "ยายนั่น" มันยังวนเวียนอยู่ในใจ
ความกังวล ความอ้างว้างเดียวดายที่"ยายนั่น" ต้องเจอ หลังจากที่ทุกคนออกมาจากโรงพยาบาลแล้ว
จะเป็นอย่างไร จะอยู่อย่างไร จะทำอะไร
ทำไมตัวเองรู้สึกหงุดหงิดแบบนี้ ถ้าไม่ได้ทำอะไรสักอย่างอารมณ์แบบนี้ก็จะยังคงอยู่ต่อไปแน่ๆ
แล้วเราทำอะไรได้บ้างละ! ถึงจะทำให้ยายนั่น ไม่ต้องรู้สึกอ้างว้างแบบนั้น
อย่างน้อยยกโทรศัพท์พูดคุยกัน ก็พอจะทำให้นางได้รู้ได้บ้าง
ว่านางไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว และไม่ได้โดดเดี่ยว
"พี่ครับ ทำงานแทนแป๊บหนึ่งนะ.... ผมจะออกไปโทรศัพท์"
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)